ทริคเล็ก ๆ ในการออกแบบประตูและหน้าต่างบ้าน

ปัจจุบันมีการออกแบบประตู

ปัจจุบันมีการออกแบบประตู และหน้าต่างมากมายหลายรูปแบบ ซึ่งแตกต่างกันไปตามการใช้งาน ถึงแม้จะดูเป็นเรื่องที่หลายคนทราบกันดีและไม่มีอะไรมาก แต่ก็ยังมีรายละเอียดอีกหลายองค์ประกอบที่ควรรู้ก่อนการเลือกประตูและหน้าต่างให้บ้านที่คุณรักสามารถใช้งานได้ยาวนานและเหมาะสมกับการอยู่อาศัย ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ที่รวบรวมมาฝากกัน

  • ประตูและหน้าต่างไวนิล ไวนิล หรือที่เรียกว่า uPVC (Unplasticized Polyvinyl Chloride) เป็นวัสดุที่นิยมนำมาใช้กับประตูและหน้าต่างในปัจจุบัน ซึ่งได้รับการออกแบบพัฒนามาให้มีความทนทานต่อสภาพอากาศ จึงช่วยทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนาน สามารถป้องกันความร้อนเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้านได้ดี อีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่ไม่ทำให้ไฟลุกลามเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ เมื่อนำมาติดตั้งเป็นประตูและหน้าต่างภายในบ้านจะไม่เกิดการยืดหรือหดตัวที่ทำให้เกิดช่องว่างบนผนัง โดยตัววัสดุจะมีการออกแบบที่ประกอบมาเป็นชิ้นเดียวกันโดยไม่มีรอยต่อ สามารถกันน้ำและเสียงรบกวนจากภายนอกเข้าสู่ภายในบ้านได้ดี 
  • ประตูและหน้าต่างอะลูมิเนียม ทำจากวัสดุอะลูมิเนียมที่เป็นโลหะ โดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่มีความแข็งแรง ทนทาน ไม่เป็นสนิม สีสวยนานไม่ซีดจาง มีน้ำหนักเบา ง่ายต่อการทำความสะอาด และสามารถติดตั้งได้อย่างสะดวกรวดเร็ว หากมีการเลือกใช้ประตูและหน้าต่างอะลูมิเนียมที่ผ่านการออกแบบและติดตั้งจากผู้ผลิตที่มีมาตรฐานก็จะช่วยให้สามารถออกแบบประตูและหน้าต่างได้อย่างลงตัวกับพื้นที่ใช้งานจริงมากยิ่งขึ้น 
  • ประตูและหน้าต่างเหล็ก เป็นรูปแบบหนึ่งในงานสถาปัตยกรรมที่ได้รับความนิยมในอดีตสำหรับใช้ตกแต่งเข้ากับอาคารสำนักงานราชการ แต่เมื่อมีวัสดุชนิดใหม่เข้ามาแทนที่จึงทำให้ประตูและหน้าต่างเหล็กได้รับความนิยมน้อยลง ในปัจจุบันจะนิยมนำมาใช้ตกแต่งกับงานสถาปัตยกรรมในสไตล์ลอฟท์ที่มีความดิบเท่ และด้วยเส้นสายจากวัสดุเหล็กที่ถูกนำมาออกแบบเป็นวงกบประตูและหน้าต่างที่มีความเล็กและบางกว่าวัสดุชนิดอื่น จึงทำให้การตกแต่งอาคารบ้านเรือนด้วยประตูและหน้าต่างเหล็กมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ แต่ก็มีน้ำหนักค่อนข้างมากกว่าเช่นกัน
  • ประตูและหน้าต่างไม้ เป็นวัสดุธรรมชาติที่นิยมใช้มาเนิ่นนานตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน แม้จะได้รับความนิยมน้อยลงเนื่องจากเป็นวัสดุทางธรรมชาติที่หาได้ยาก มีราคาค่อนข้างสูง และยากต่อการดูแลรักษาในระยะยาว แต่ก็ยังได้รับความนิยมในการนำมาใช้ทำเป็นประตูและหน้าต่างสำหรับตกแต่งบ้านให้สวยงาม เพื่อสะท้อนคุณค่าให้งานสถาปัตยกรรมดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น โดยส่วนใหญ่จะทำจากไม้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ไม้สัก ไม้แดง ไม้เต็ง ฯลฯ ซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็งที่สามารถป้องกันการกัดกินของปลวกได้ดี แม้จะสามารถนำมาตัดแต่งขึ้นรูปได้ตามความต้องการ แต่ก็จำเป็นต้องอาศัยช่างที่มีความชำนาญสูงเพื่อให้สามารถออกแบบประตูและหน้าต่างให้มีฉากลงตัวกับบ้านอย่างเหมาะสม

ประเภทของประตูและหน้าต่างประตูบ้านประตูและหน้าต่างถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของบ้านที่ทำหน้าที่ป้องกันการอยู่อาศัยให้ปลอดภัย และช่วยเชื่อมโยงพื้นที่ในแต่ละส่วนที่มีการจัดวางอย่างเป็นส่วนตัวให้มีความเชื่อมโยงถึงกัน ซึ่งในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบตามการใช้งาน ได้แก่

  • ประตูบานเปิด เป็นรูปแบบประตูที่ได้รับความนิยมใช้งานในการตกแต่งบ้านเพื่อการอยู่อาศัย ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบประตูบานเปิดเดี่ยวและแบบประตูบานเปิดคู่ โดยสามารถเปิดได้กว้างมากถึง 180 องศา อาจกำหนดให้เปิดเข้าหรือออกก็ได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่ใช้สอยที่สะดวกต่อการใช้งาน ส่วนมากจะนิยมใช้เป็นประตูทางเข้าหลักของบ้านหรือประตูภายในบ้านที่เปิดเข้าไปยังห้องต่าง ๆ
  • ประตูบานเลื่อน เป็นรูปแบบประตูที่มีรูปแบบการ เปิด-ปิด ที่เลื่อนไปด้านข้าง สามารถช่วยประหยัดพื้นที่ใช้สอยได้ดีและมีส่วนช่วยทำให้บ้านดูโมเดิร์นทันสมัยมากยิ่งขึ้น จึงทำให้แบบประตูประเภทนี้ถูกนำมาใช้ในการออกแบบแต่งบ้านรุ่นใหม่ในปัจจุบันค่อนข้างมาก เนื่องจากสามารถเสริมภาพลักษณ์ความโมเดิร์นได้อย่างลงตัวกับการออกแบบบ้านอย่างเหมาะสม ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบบานเลื่อนเดี่ยวและบานเลื่อนคู่ในรูปแบบรางเลื่อนบนและล่าง หรืออาจเป็นบานเลื่อนสามส่วนที่เหมาะกับพื้นที่ใช้งานที่มีสเปซช่องเปิดค่อนข้างกว้างขวางมากขึ้น
  • ประตูบานสวิง ลักษณะคล้ายกับประตูบานเปิด แต่จะแตกต่างกันที่ประตูบางสวิงสามารถผลักเข้าและออกได้ทั้งสองด้าน โดยจะนิยมใช้ร่วมกับกรอบประตูอะลูมิเนียมและลูกฟักกระจก ช่วยให้สามารถเปิดประตูได้ทั้งสองด้านโดยไม่ทำให้ชนกัน โดยนิยมนำมาใช้กับพื้นที่บริเวณที่มีการใช้งานเข้า-ออกเป็นประจำในสถานที่สาธารณะ แต่ไม่ค่อยพบเห็นในการนำมาใช้กับบ้านพักอาศัยมากนัก
  • ประตูบานเฟี้ยม หนึ่งในรูปแบบประตูที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์และได้รับความนิยมในการนำมาตกแต่งบ้านเรือนในอดีต ด้วยลักษณะของประตูที่มีลักษณะเป็นบานพับทบที่มีความต่อเนื่องกัน เวลาเปิดประตูออกจะถูกพับไปทบกันที่ด้านใดด้านหนึ่ง หรือทั้งสองด้านที่จัดวางไว้ ซึ่งช่วยให้สามารถเปิดบานประตูออกได้อย่างกว้างขวางและไม่เปลืองพื้นที่ใช้งานภายในบ้าน ส่วนมากจะนิยมนำมาใช้ตกแต่งบ้านในปัจจุบันเพื่อใช้แบ่งพื้นที่ใช้สอยในแต่ละโซนให้เป็นสัดส่วนเหมือนฉากกั้นห้องภายในบ้าน โดยสามารถเปิดออกกว้างขวางเพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ใช้สอยระหว่างกันหรือใช้ปิดกั้นแบ่งแยกพื้นที่อยู่อาศัยให้เป็นส่วนตัวอย่างชัดเจนก็ได้เช่นกัน
  • ประตูบานหมุน เป็นประตูที่มีการติดตั้งแกนหมุนไว้ตรงกลางบานของประตู ส่วนมากจะนิยมติดตั้งประตูบานหมุนตั้งแต่สองบานขึ้นไป เพื่อช่วยให้สามารถเปิดประตู เข้า-ออก ได้อย่างสะดวกสบาย อาจนำมาใช้เพื่อกั้นแบ่งพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านก็ได้เช่นกัน
  • หน้าต่างบานเปิด เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมใช้กับการตกแต่งบ้านเพื่อการอยู่อาศัยสำหรับบ้านในยุคก่อน และยังคงมีให้เห็นมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีลักษณเป็นบานเปิดออก แม้จะสามารถเปิดรับลมและแสงสว่างจากภายนอกเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้านได้อย่างเต็มที่ แต่ก็ทำให้เปลืองพื้นที่ใช้สอยของบ้านในขณะเปิดบานหน้าต่างออกเช่นกัน จึงควรติดตั้งหน้าต่างประเภทนี้ในบริเวณที่ไม่กีดขวางทางเดินของบ้าน เช่น พื้นที่ชั้นบนบ้าน เพื่อช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในระหว่างการอยู่อาศัย โดยสามารถแบ่งชนิดของหน้าต่างบานเปิดได้เป็น 2 รูปแบบ ได้แก่

– หน้าต่างบานพับแบบธรรมดา เป็นหน้าต่างที่ใช้บานพับแบบธรรมดา โดยสามารถเปิดออกได้กว้างมากถึง 180 องศา ซึ่งจะมีการทำตะขอเกี่ยวยึดไว้สำหรับกันลมตีเข้ากับตัวบ้าน         

– หน้าต่างบานเปิดไร้ตัวล็อค หรือที่เรียกว่าบานพับแบบวิทโก้ เป็นหน้าต่างที่สามารถเปิดค้างได้โดยไม่ต้องมีตัวล็อค ซึ่งจะเปิดออกไปในทิศทางเดียวกัน โดยสามารถเปิดได้กว้างมากที่สุด 90 องศา ตัวยึดบานทั้งบนและล่างจะมีความฝืดด้วยตัวเอง ช่วยให้สามารถเปิดออกได้โดยไม่ต้องใช้ตะขอเกี่ยวเพื่อกันลมตีเข้ากับผนังบ้าน

  • หน้าต่างบานเลื่อน มีลักษณะคล้ายกับประตูบานเลื่อนที่มีการเลื่อนเปิดออก นิยมนำมาใช้ในการตกแต่งบ้านพักอาศัยในปัจจุบันค่อนข้างมาก เนื่องจากไม่ทำให้เปลืองพื้นที่ใช้สอยในขณะเปิดเลื่อนบานหน้าต่าง สามารถนำมาใช้ได้กับทุกมุมของบ้านแม้กระทั่งบริเวณที่มีการสัญจรไปมาในบ้าน ซึ่งในปัจจุบันจะมีการออกแบบระบบล็อคนิรภัยมากับตัวหน้าต่างบานเลื่อนโดยตรงจากผู้ผลิต เพื่อช่วยเสริมความมั่นใจในการอยู่อาศัยให้รู้สึกปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
  • หน้าต่างบานกระทุ้ง มีลักษณะการเปิดด้วยวิธีดันบานหน้าต่างจากล่างออก โดยมีบานพับอยู่บริเวณด้านบนของบาน ซึ่งจะทำให้เปลืองพื้นที่ใช้สอยของบ้านเช่นเดียวกับหน้าต่างบานเปิด จึงควรนำมาใช้ในบริเวณที่ไม่ใช่ทางเดินของบ้าน โดยอาจติดตั้งไว้บริเวณชั้นบนบ้านที่อยู่ในระดับสูกว่าศีรษะขึ้นไป แม้จะไม่สามารถช่วยให้เปิดรับลมเข้าสู่พื้นที่ในบ้านได้อย่างเต็มที่ แต่ก็ช่วยทำหน้าที่เป็นกันสาดให้กับตัวบ้านได้ดี ส่วนมากจะนิยมนำมาติดตั้งเพื่อใช้สำหรับระบายอากาศภายในห้องน้ำ
  • หน้าต่างบานยก มีลักษณะคล้ายกับหน้าต่างบานเลื่อน แต่มีการเปิดด้วยการยกบานขึ้นแล้วบิดตัวล็อคเพื่อเปิดค้างไว้และยกบานลงเพื่อปิดเมื่อไม่ได้ใช้งาน เหมาะสำหรับการติดตั้งในอาคารและบ้านพักอาศัยที่อยู่ในอาคารสูง
  • หน้าต่างบานเกล็ด มีลักษณะเป็นบานเกล็ดซ้อนชั้นกันโดยใช้แกนหมุนเพื่อเปิดและปิดบานหน้าต่าง ซึ่งสามารถช่วยประหยัดพื้นที่ใช้สอยได้ดี เหมาะสำหรับการใช้ระบายอากาศภายในบ้าน แต่ไม่ควรมีการออกแบบขนาดบานให้กว้างมากเกินไป เพราะอาจทำให้บานเกล็ดเกิดการแอ่นบิดตัวหรือแตกหักได้ง่าย โดยส่วนใหญ่จะมีให้เลือกทั้งบานเกล็ดที่ทำจากกระจกและวัสดุไม้ ไม่เหมาะกับการใช้ในบริเวณตัวบ้านที่ฝนสามารถเข้าถึง เพราะอาจทำให้น้ำฝนสาดย้อนบานเกล็ดเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้านได้ ที่สำคัญควรมีการติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพื่อป้องกันความปลอดภัยให้กับตัวบ้านเพิ่มเติมหากติดตั้งหน้าต่างบานเกล็ด หรืออาจเลือกหน้าต่างบานเกล็ดจากผู้ผลิตที่มีมาตรฐานพิเศษ ซึ่งจะมาพร้อมระบบป้องกันความปลอดภัยในตัว
  • หน้าต่างบานพลิก เป็นหน้าต่างที่มีจุดศูนย์กลางในการหมุนอยู่บริเวณกลางบานหรือกลางวงกบ ซึ่งมีทั้งแบบพลิกในแนวตั้งและแนวนอน โดยสามารถเปิดด้วยการผลักบานไปมา เหมาะสำหรับการติดตั้งในบริเวณที่ต้องการเปิดรับบรรยากาศภายนอกอย่างเต็มที่ แต่ไม่เหมาะหากจะนำมาติดตั้งในบริเวณห้องนอน เนื่องจากไม่สามารถติดตั้งมุ้งลวดสำหรับกันแมลงเพิ่มเติมได้
  • บานประตูแบบเปิดเข้า ภายในบ้านหรือห้องพักอาศัยส่วนใหญ่จะนิยมออกแบบบานประตูให้เปิดเข้า เพื่อความสะดวกในการใช้งานที่ปลอดภัยและไม่เกิดอันตรายในขณะเปิดประตู ยกเว้นประตูที่ติดกับพื้นที่นอกบ้านจะนิยมออกแบบให้เปิดออกเสมอ เพื่อป้องกันน้ำฝนที่สาดถูกประตูบานหยดลงในพื้นที่อยู่อาศัย 
  • ไม่ติดตั้งบานพับตรงกลางประตู บานพับของประตูส่วนมากจะนิยมติดตั้งอย่างน้อย 3 ตัว ซึ่งขึ้นอยู่กับน้ำหนักของประตูที่ใช้กับตัวบ้าน โดยจะติดห่างจากขอบบนและล่างของบานประตูประมาณ 10-15 เซนติเมตร ในส่วนของบานพับตัวที่ 3 ควรติดอยู่ในตำแหน่งที่สูงประมาณ 3 ใน 4 ของความสูงบานประตู ซึ่งจะช่วยให้สามารถรับน้ำหนักได้ดีกว่าการติดตั้งบานพับไว้บริเวณกึ่งกลางบานประตู
  • เลือกบานพับประตูให้เหมาะกับการใช้งาน ปัจจุบันมีบานพับประตูให้เลือกหลายประเภทด้วยกัน ซึ่งควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน หากเป็นประตูที่มีน้ำหนักค่อนข้างมากและต้อง เปิด-ปิด ใช้งานบ่อยอย่าง ประตูหน้าบ้าน หรือประตูห้องน้ำ แนะนำให้เลือกใช้บานพับประตูชนิดแหวนสเตนเลสและแหวนลูกปืน ซึ่งมีความลื่นและทนทานในการใช้งาน แต่หากเป็นประตูที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยมากนักอย่าง ประตูห้องเก็บของ ก็สามารถเลือกใช้บานพับประตูชนิดแหวนพีวีซีได้ แม้จะมีความทนทานน้อยกว่า แต่เมื่อไม่ได้เปิดประตูใช้งานก็จะมีความฝืดน้อยกว่าบานพับแหวนโลหะ
  • เลือกใช้ลูกบิดประตูให้เหมาะสม ส่วนมากจะนิยมใช้ลูกบิดประตูที่มีปุ่มล็อกในตัวสำหรับห้องทั่วไปในบ้าน แต่จะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ใช้งาน เช่น ประตูหน้าบ้านควรเลือกใช้ลูกบิดที่มีตัวล็อกแยกต่างหาก เพราะจะมีความแข็งแรงในการป้องกันความปลอดภัยให้พื้นที่ในบ้านได้ดีกว่าลูกบิดแบบปุ่มล็อกในตัว ในส่วนประตูห้องน้ำแนะนำว่าควรเลือกใช้ประตูลูกบิดที่สามารถปลดล็อกได้จากภายนอกโดยไม่ต้องใช้กุญแจ เพื่อป้องกันการเกิดเหตุฉุกเฉินภายในห้องน้ำจนไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทันเวลา แต่หากเป็นประตูที่ติดตั้งไว้ในบริเวณทางเดินหรือห้องเก็บของ อาจเลือกใช้ลูกบิดที่ไม่มีปุ่มล็อก เพื่อให้สามารถเปิดใช้งานได้อย่างสะดวกมากขึ้น  
  • ไม่ติดตั้งหน้าต่างยื่นออกมาในทางเดินหรือบริเวณที่ไม่เหมาะสม บริเวณที่เป็นทางเดินของบ้านหรือเป็นทางสัญจรที่มีคนในบ้านเดินผ่านไปมาอยู่เสมอ แนะนำว่าไม่ควรติดตั้งหน้าต่างประเภทที่มีบานยื่นออกมายังบริเวณทางเดิน หรือยื่นออกมาในบริเวณที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เช่น ผนังบ้านบริเวณที่ติดกับโรงจอดรถ เป็นต้น โดยไม่ควรนำหน้าต่างประเภทบานเปิดและบานกระทุ้งมาติดตั้งบนพื้นที่ในบริเวณดังกล่าว เพราะจะทำให้เกะกะบริเวณทางเดินและอาจเกิดอุบัติเหตุจากการชนบานหน้าต่างได้ รับออกแบบบ้าน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *