The Last Samurai มหาบุรุษซามูไร อีกหนึ่งเรื่องที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้ดีที่สุด

The Last Samurai

The Last Samurai คือ หนังประวัติศาสตร์ ที่อ้างอิงมาจากบุคคลที่อยู่ ในหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นจริงๆ โดยเล่าเหตุการณ์ของชายที่ชื่อว่า ไซโกะ ทากาโมริ ซึ่งในหนังได้เปลี่ยนเป็นชื่อ คัทซึโมโต นำแสดงโดย เคน วาตานาเบะ โดย ไซโกะ ผู้ซึ่งเป็นขุนนางเก่าแก่ เคยเป็นผู้นำทหารรัฐบาลเมจิ และได้เปลี่ยนแปลงอำนาจจากโชกุน มาเป็นองค์จักพรรดิแทน เหมือนการรวมศูนย์อำนาจ ไว้ในที่โตเกียวเพียงอย่างเดียว

อีกทั้ง ไซโกะ ยังเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง ของกองทัพญี่ปุ่นในขณะนั้นอีกด้วย จึงนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของจักรวรรดิญี่ปุ่น ไซโกะ ได้เสนอให้มีการส่งผู้แทนไปประจำที่เกาหลี ซึ่งคาดว่าจะถูกฆ่าในประเทศเกาหลี จึงทำให้เพื่อเป็นข้ออ้างในการ บุกโจมตีประเทศเกาหลี  

แต่คนในรัฐบาลขณะนั้นไม่เห็นด้วย ไซโกะ จึงลาออกจากรัฐบาลและกลับบ้าน จนเขาได้จัดตั้งกลุ่มกบฎซามูไร ต้องบอกก่อนว่า ในขณะนั้นญี่ปุ่นเปิดประเทศทางการค้า วัฒนธรรมจากโลกตะวันตกเข้ามามี อิทธิพลในประเทศญี่ปุ่น ซามูไรจึงมีบทบาทน้อยลง จ

นถึงขั้นยากจนกันเลยทีเดียว นี้ก็เป็นเหตุอีกปัจจัย ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์กบฎซามูไรขึ้น นายไซโกะ ได้ทำนำกองทัพซามูไร เข้าต่อสู้กับทหารพลปืนยุคใหม่ จนในที่สุดทางฝั่งของไซโกะ ได้รับความพ่ายแพ้และทำฮาราคีรีปิดฉากตนเอง

ในเวลาต่อมาพระจักรพรรดิ์ ทรงพระราชทานอภัยโทษให้กับเหล่าซามูไร และยกย่อง ไซโกะ ผู้เป็นซามูไรคนสุดท้าย ที่เต็มไปด้วยเกียรติแห่งวิถีดั่งเดิม ซึ่งถ้าวิเคราะห์แล้วเหมือนเป็น สงครามกลางเมืองทางวัฒนธรรม

the last samurai เรื่องย่อ และเนื้อหา เป็นอย่างไรบ้าง ?

เป็นผลงานการกำกับของ เอ็ดเวิร์ด ซวิค ผู้ที่ซึ่งมีผลงานการทำ หนังดราม่า แอ็คชั่น อย่างเรื่อง Blood Daimon , Glory , Legends of the Fall เป็นต้น เรื่องราวนำเสนอผ่านมุมมอง ร้อยเอก นาธาน อัลเกร็น นำแสดงโดย ทอม ครูซ นายทหารผู้ที่เคย สู้เพื่อเกียรติยศของชาติ ในสงครามกลางเมือง

แต่หน้าที่ภารกิจที่เขาได้รับ หลังจากนั้นเหมือนเป็นการสู้ เพื่อผลประโยชน์ของใครบ้างกลุ่ม ไม่ใช่เพื่อชาติอีกต่อไปเหมือนในอดีต จึงทำให้เขากลายเป็น คนไร้จุดหมาย ในการใช้ชีวิต จนกระทั่งเขาได้ถูกว่าจ้าง ให้เป็นครูฝึกทหารในประเทศญี่ปุ่น

เพื่อนำไปสู่ความทันสมัย ของกองทัพ ในภารกิจแรก เอ็ดเวิร์ด เหมือนได้ฝึกชาวนาใช้ปืน เพื่อทำการออกรบ กับกบฏซามูไร ที่หลายๆคนต่างยกย่องให้เป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่ ในวิถีแห่งซามูไร ทำให้สองคนต้องมาเจอกัน ระหว่าง อัลเกร็น และ คัทซึโมโต การต่อสู้ขัดแย้งกันระหว่าง วัฒนธรรมดั่งเดิมกับวัฒนธรรมยุคใหม่

แต่ในหนังเลือกถ่ายทอดมุมมอง ของการผสมผสานวัฒนธรรมร่วมกัน โดยที่เราไม่ลืมรากเง้าของตัวตนไป ทำให้ชีวิตของ อัลเกร็น นั้นเปลี่ยนมุมมองไป เขาได้เห็นการต่อสู้ที่ มีเกียรติและความหมายของหลัก บูชิโด การฆ่านั้นย่อมมีเกียรติ

สุดท้ายแล้วสงครามระหว่างกบฎซามูไรก็จบละ คัทซึโมโต ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทน ของรากเง้าญี่ปุ่นไม่ให้ถูบลบหาย จากการเข้าสู่ยุคความหลากหลายทางวัฒนธรรม สิ่งที่คัทซึโมโต ก่อกบฏในครั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการย้ำเตือน จักรพรรดิ์ให้รักษาจารีตดั่งเดิม อย่าได้เห็นว่าความศรีวิไลนั้นมาทำลายตัวตนของเรา อ่านต่อ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *